“คอมบิด” กรณีตัวอย่างของยาต้านที่ไม่ควรได้รับสิทธิบัตร

4 Aug 2012

“คอมบิด”

การต่อสู้ในเรื่องสิทธิบัตรยาที่ไม่เป็นธรรม เป็นสิ่งที่เครือข่ายผู้ติดเชื้อฯ ติดตามมาอย่างต่อเนื่อง นับตั้งแต่กรณียาเม็ดดีดีไอ เนื่องจากยาเป็นปัจจัยสำคัญอย่างหนึ่งในการมีชีวิตรอดของผู้ติดเชื้อฯ หากยาถูกผูกขาดด้วยเงื่อนไขที่ไม่เป็นธรรม นั่นอาจหมายถึงชีวิตของผู้ติดเชื้อฯ อีกหลายคนที่หมดโอกาสในการเข้าถึงยา

กรณียาเอแซดที (AZT) รวมกับยาสามทีซี (3TC) หรือชื่อทางการค้าเรียกว่า “คอมบิด” ซึ่งเป็นยาต้านไวรัสเอชไอวี ก็เป็นอีกกรณีหนึ่งที่เครือข่ายผู้ติดเชื้อฯ ต่อสู้เรียกร้องถึงความไม่เป็นธรรม ในการขอรับสิทธิบัตรยาในประเทศไทย ของ บริษัทแกล๊กโซ สมิธ ไคล์น ซึ่งเป็นเจ้าของสิทธิบัตรยาที่มีชื่อทางการค้าว่า “คอมบิด”

เมื่อประมาณปี 2540 บริษัท แกล็กโซฯ ขอจดสิทธิบัตรยาดังกล่าวในเมืองไทย ซึ่งทุกครั้งที่มีการขอจดสิทธิบัตรของบริษัทยา จำต้องมีการประกาศให้สาธารณชนทราบ เพื่อให้ผู้ที่เกี่ยวข้องเห็นว่าเรื่องดังกล่าวมีการประกาศแล้ว ใครที่ไม่เห็นด้วยก็จะได้ยื่นคำคัดค้านก่อนที่จะมีการประกาศให้สิทธิบัตร

ดังนั้น มูลนิธิสาธารณสุขกับการพัฒนา (มสพ.) ซึ่งเป็นองค์กรที่ทำงานร่วมกับเครือข่ายผู้ติดเชื้อฯ มาอย่างต่อเนื่อง เช่น ในกรณียาดีดีไอ จึงได้ยื่นคัดค้านการจดสิทธิบัตรของบริษัทดังกล่าว ไปที่กรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์ เมื่อวันที่ 23 ตุลาคม 2540 ด้วยเหตุผล

  • ยานี้ไม่ใช่ยาใหม่ มีการใช้อย่างแพร่หลายแล้วทั้งในประเทศและต่างประเทศ
  • การนำยาสองชนิดมารวมกันนั้น เป็นเพียงการคิดค้นและผลิตขั้นพื้นฐานในวงการเภสัชกรรม

นอกจากนั้นเครือข่ายผู้ติดเชื้อฯ ยังมีความเป็นห่วงว่า หากปล่อยให้มีการจดสิทธิบัตรเกิดขึ้นในเมืองไทย ย่อมทำให้เกิดผลกระทบด้านราคายา เพราะมีการผูกขาดการผลิตยาในเชิงพาณิชย์ นั่นทำให้ประชาชนที่มีความจำเป็นต้องใช้ยา ไม่สามารถเข้าถึงยา อีกทั้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น สปสช. ซึ่งต้องรับผิดชอบดูแลในด้านการให้ยาต้านฯ ตามระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ก็ต้องใช้งบประมาณในการบริหารจัดการสูงขึ้น กระทบในการรักษาผู้ป่วย จึงเป็นการขัดต่อความสงบเรียบร้อยและสวัสดิภาพของประชาชน

เมื่อวันที่ 11 ตุลาคม 2548 ตามหนังสือเลขที่ พณ 0706/1230 ของสำนักสิทธิบัตร กรมทรัพย์สินทางปัญญา ได้มีคำสั่งยกคำร้องคัดค้านของ มสพ. โดยให้เหตุผลว่าไม่มีเอกสารฉบับใดที่ปรากฏให้เห็นชัดว่ามีการเปิดเผยข้อมูลของสิ่งประดิษฐ์อย่างครบถ้วน จึงไม่สามารถพิสูจน์ได้ว่ายานี้เป็นยาเก่าที่ใช้กันมานานแล้ว แต่ มสพ. ได้ยื่นคำอุทธรณ์ไปทางกรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์ เมื่อวันที่ 13 ธันวาคม 2548 โดยยืนยันในประเด็นเดิม

ในส่วนของเครือข่ายภาคประชาชนนั้น นอกจากจะมีการคัดค้านผ่านช่องทางที่กฎหมายกำหนดแล้ว ยังมีการเคลื่อนไหวคัดค้านที่หน้าบริษัท แกล๊กโซฯ ประเทศไทย เพื่อให้ถอดสิทธิบัตรที่ไม่เป็นธรรมดังกล่าวออกไป เมื่อวันที่ 7 กรกฎาคม 2549

ในที่สุด เมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม 2549 การเคลื่อนไหวของภาคประชาชนก็สำเร็จ เมื่อบริษัท แกล๊กโซฯ ขอถอนคำขอรับสิทธิบัตรออกจากประเทศไทย หลังจากที่เครือข่ายภาคประชาชนไปเคลื่อนไหวกันที่หน้าบริษัทยา 

เนื้อหาล่าสุด

13 Aug 2019
  มูลนิธิเข้าถึงเอดส์และเครือข่ายผู้ติดเชื้อเอชไอวี/เอดส์ ประเทศไทย เข้ายื่นจดหมายถึงอธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา เรียกร้องให้เร่งพิจารณาและยก (ปฏิเสธ...
27 May 2019
“เขาบอกว่าต้องรอให้อีก 10 คนตายก่อน พี่ถึงจะถึงคิวได้รับการรักษา” กุหลาบรู้ว่าเธอติดเชื้อเอชไอวีเมื่อกำลังตั้งท้อง “...
18 Oct 2018
          จากกรณีที่สำนักงานประกันสังคม (สปส.) ชี้แจงว่า จะเร่งดำเนินการจัดซื้อยาต้านไวรัสในระบบประกันสังคม...
11 Oct 2018
          จากกรณีผู้ติดเชื้อเอชไอวีในระบบประกันสังคมร้องเรียนมาทางเครือข่ายผู้ติดเชื้อเอชไอวี/เอดส์ ประเทศไทย...