รายงานฉบับใหม่จาก ‘South Centre’ ซึ่งเป็นองค์กรระหว่างรัฐบาล (Intergovernmental Organization) คลังสมองด้านนโยบายเกี่ยวกับการค้าและสุขภาพ มีสำนักงานที่กรุงเจนีวา เผยว่าภาคประชาสังคมจากหลายประเทศรวมถึงไทย มีบทบาทสำคัญที่ช่วยก้าวผ่านอุปสรรคด้านสิทธิบัตรของ ‘ยาเบดาควิไลน์’ (BDQ) ที่ใช้รักษาวัณโรคดื้อยาหลายขนาน

ยาเบดาควิไลน์ถือเป็นความก้าวหน้าสำคัญของการรักษาวัณโรค และเป็นองค์ประกอบหลักของสูตรยาสมัยใหม่สำหรับวัณโรคดื้อยาหลายขนาน ช่วยเพิ่มผลลัพธ์การรักษาและลดการพึ่งพายาที่มีผลข้างเคียงไม่พึงประสงค์รุนแรง ท่ามกลางสถานการณ์วัณโรคดื้อยาของโลกที่เกิดขึ้นในตอนนี้

อย่างไรก็ตาม การเข้าถึงยายังคงถูกจำกัดจากอุปสรรคด้านทรัพย์สินทางปัญญา ในรายงานระบุถึงการใช้กลยุทธ์ “การยืดอายุสิทธิบัตร” (Evergreening patent) ซึ่งเป็นการยื่นขอสิทธิบัตรเพิ่มเติมเพื่อขยายระยะเวลาการผูกขาด ว่าเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ยาสามัญเข้าสู่ตลาดล่าช้า และส่งผลให้ยามี ‘ราคาสูง’ ในประเทศรายได้ต่ำและปานกลาง

ทั้งนี้ภาคประชาสังคมได้ผลักดันการใช้ความยืดหยุ่นภายใต้ความตกลงทริปส์ (TRIPS) รวมถึงการคัดค้านคำขอรับสิทธิบัตร เพื่อท้าทายคำขอที่ไม่สมเหตุสมผล ความพยายามดังกล่าวช่วยเปิดทางให้ยาสามัญเข้าสู่ตลาดได้เร็วขึ้น และส่งผลให้การเข้าถึงการรักษาเพิ่มมากขึ้น

ในประเทศรายได้ต่ำและปานกลางได้ใช้กลไกทางกฎหมายควบคู่ไปกับการขับเคลื่อนเชิงนโยบายที่สอดประสานกัน ซึ่งมีส่วนช่วยให้ยาที่มีราคาเข้าถึงได้เข้าสู่ตลาดเร็วขึ้นและเกิดการแข่งขันมากขึ้น และสะท้อนให้เห็นว่าการขับเคลื่อนที่ยึดหลักสาธารณสุขช่วยลดอุปสรรคในการเข้าถึงยาได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งนี้ ‘ประเทศไทย’ เป็นตัวอย่างหนึ่งที่แสดงให้เห็นว่าการขับเคลื่อนในระดับประเทศสามารถส่งผลเชื่อมโยงไปในระดับโลก

ประเทศไทยถูกยกเป็นตัวอย่างสำคัญของการมีส่วนร่วมของภาคประชาสังคมอย่างต่อเนื่อง ซึ่งนำไปสู่ผลลัพธ์ด้านสาธารณสุขที่เป็นรูปธรรม ผ่านความร่วมมือภายใต้เครือข่าย Make Medicines Affordable (MMA) รวมถึง ‘เครือข่ายผู้ติดเชื้อเอชไอวี/เอดส์ ประเทศไทย’ (TNP+) ภาคประชาสังคมที่มีบทบาทสำคัญในการท้าทายอุปสรรคด้านสิทธิบัตรที่เกี่ยวข้องกับยาเบดาควิไลน์ และสนับสนุนให้เกิดทางเลือกการรักษาที่มีราคาย่อมเยามากขึ้นในระบบสุขภาพของประเทศ

รายงานฉบับนี้ยังบันทึกผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมจากความพยายามดังกล่าว เช่น การคัดค้านคำขอสิทธิบัตรที่ไม่ชอบธรรมจนประสบความสำเร็จ และการที่ยาสามัญของยาเบดาควิไลน์สามารถเข้าสู่ตลาดได้เร็วขึ้นในหลายประเทศ ซึ่งช่วยลดต้นทุนการรักษาและสนับสนุนการขยายการดูแลรักษาวัณโรคดื้อยา

อย่างไรก็ตาม ในรายงานยังคมเตือนว่าความพยายามในการขยายการผูกขาดสิทธิบัตรยังคงเป็นความเสี่ยงต่อการเข้าถึงยาในระยะยาว

กล่าวโดยสรุป รายงานชี้ให้เห็นว่าการขับเคลื่อนเชิงนโยบายอย่างต่อเนื่องของภาคประชาสังคม ควบคู่กับการใช้มาตรการยืดหยุ่นภายใต้ความตกลงทริปส์ โดยเฉพาะการคัดค้านคำขอสิทธิบัตร มีบทบาทสำคัญในการขยายการเข้าถึงยาเบดาควิไลน์ให้ประชาชนได้อย่างทั่วถึงและเท่าเทียม

ทั้งนี้การผลักดันให้มีระบบสิทธิบัตรที่คำนึงถึงประโยชน์ด้านการสาธารณสุขมากกว่าการค้า จะเป็นกุญแจสำคัญในการประกันการเข้าถึงยาที่มีราคาเหมาะสมในประเทศรายได้ต่ำและปานกลาง

รายงานฉบับเต็ม: https://www.southcentre.int/wp-content/uploads/2026/04/SC-BDQ-TB-Report-P-Patnaik_Mar-26.pdf

English NEWS: New Report Highlights How Civil Society Action Is Expanding Access to Bedaquiline for Drug-Resistant Tuberculosis. https://thaiplus.net/contents/3962