ผลกระทบต่อผู้ติดเชื้อฯ จากการเจรจาเขตการค้าเสรี (FTA) ไทย - สหรัฐอเมริกา

19 Jul 2013

ผลกระทบที่จะเกิดขึ้นต่อราคายา เมื่อรัฐบาลไทยทำความตกลงเขตการค้าเสรีแบบทวิภาคีกับสหรัฐอเมริกา คือ บริษัทยายักษ์ใหญ่ในสหรัฐฯ สามารถผูกขาดการจำหน่ายและตั้งราคายาได้ตามใจชอบ ในระยะเวลานานมากขึ้นจาก 20 ปี เป็น 25 ปี นั่นคือในการเจรจาจะมีการพ่วงข้อเสนอของสหรัฐฯ ที่เรียกว่า การผนวกข้อตกลงเพิ่ม มากกว่าข้อตกลงด้านทรัพย์สินทางปัญญาขององค์การการค้าโลก หรือ ทริปส์ผนวก ซึ่งข้อเรียกร้องของสหรัฐฯ เรื่องทรัพย์สินทางปัญญา ที่เรียกว่า 'ทริปส์ผนวก' นั้นมีประเด็นสำคัญเกี่ยวกับระบบยา ดังนี้

1. ให้ขยายการคุ้มครองสิทธิบัตร

การขยายเวลาคุ้มครองสิทธิบัตรให้มากกว่า 20 ปี ตามกติกาเดิมนั้น สหรัฐฯ อ้างว่าเพื่อทดแทนเวลาที่สูญเสียไปในกระบวนการขึ้นทะเบียนสิทธิบัตรยาในประเทศไทย ที่ต้องอาศัยองค์ความรู้ทางเภสัชวิทยา เพื่อตรวจสอบดูว่ายาที่มาจดสิทธิบัตรเป็นการคิดค้นใหม่ เป็นกรรมวิธีผลิตใหม่จริง ซึ่งกรมทรัพย์สินทางปัญญาของไทยมีศักยภาพน้อยในการตรวจสอบ อาจใช้เวลานาน หรือต้องอาศัยการตรวจสอบของกรมทรัพย์สินทางปัญญาของประเทศอื่นๆ

2. ให้มีสิทธิผูกขาดในข้อมูลผลการทดสอบความปลอดภัยของยา และข้อมูลที่เกี่ยวข้อง

การให้สิทธิผูกขาดในข้อมูลผลการทดสอบความปลอดภัยของยา และข้อมูลที่เกี่ยวข้อง จะเป็นอุปสรรคต่อการผลิตยาชื่อสามัญในประเทศ นั่นคือ แม้ว่าประเทศไทย โดยองค์การเภสัชกรรมจะผลิตยาชื่อสามัญได้ แต่ก็ไม่สามารถอาศัยผลการทดสอบของยาต้นแบบ ที่ใช้ในการจดทะเบียนสิทธิบัตรได้อีก เพราะในข้อตกลงทวิภาคีกำหนดว่า ห้ามกรมทรัพย์สินทางปัญญาเผยแพร่ให้นำไปใช้ ดังนั้น ทำให้ต้นทุนในการผลิตยาขององค์การเภสัชกรรมจึงสูงขึ้นมาก เนื่องจากต้องดำเนินการทดลองวิจัยทางคลินิก ที่ใช้ทุนสูงกว่าการทดสอบค่าชีวสมมูลกับยาต้นแบบ จนไม่คุ้มค่ากับการผลิตเอง เพราะราคาจะใกล้เคียงกับราคาที่แพงของยานั้นๆ ซึ่งถือเป็นการปิดประตูของการผลิตยาชื่อสามัญใหม่ๆ ที่จำเป็นเพื่อใช้ในประเทศ

3. จำกัดการใช้มาตรการบังคับใช้สิทธิ ห้ามเพิกถอนสิทธิบัตร และห้ามการนำเข้าซ้อน

การใช้สิทธิตามสิทธิบัตรโดยรัฐ ตามมาตรา 51 พ.ร.บ.สิทธิบัตรของไทย สหรัฐฯ เรียกร้องให้จำกัดอยู่ภายใต้การตีความแบบเดิม คือ การใช้มาตรการบังคับใช้สิทธิจะใช้ได้ต่อเมื่อรัฐบาลไทยมีความสามารถผลิตยาชื่อสามัญ (Generic) ได้เอง ไม่อนุญาตให้รัฐบังคับใช้สิทธิ เพื่อนำเข้าจากบริษัทในประเทศอื่นๆ เช่น จากอินเดีย บราซิล รวมทั้งต้องส่งเรื่องเข้าสู่กระบวนการทางศาล เพื่อให้พิจารณาว่ารัฐบาลนั้นๆ มีเหตุผลเพียงพอที่จะขอใช้มาตรการบังคับใช้สิทธิ ซึ่งจะต้องใช้ระยะเวลาที่ยาวนานกว่าจะมีการตัดสิน ทำให้เจตนารมณ์เดิมของกฎหมายที่ต้องการให้มีความรวดเร็วในการใช้สิทธิกรณีเร่งด่วน ที่จำเป็นต่อชีวิตของประชาชน หมดความสำคัญลง และทำไม่ได้จริง ในขณะที่การเคลื่อนไหวต่อสู้ เพื่อให้เกิดการคุ้มครองทางด้านสาธารณสุขในข้อตกลงทรัพย์สินทางปัญญา (ทริปส์) ในเวทีพหุภาคีได้รุกคืบไปในทิศทางที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชนผู้บริโภคมากขึ้นแล้ว ดังนั้น การยอมรับเงื่อนไขนี้เสมือนกับถอยหลังเข้าคลองในเรื่องการพิทักษ์รักษาประโยชน์ทางสุขภาพของประชาชน

นี่คือความเสียเปรียบที่จะเกิดขึ้นกับประเทศไทย ที่ได้ศึกษาจากข้อตกลงที่สหรัฐฯ เจรจาทวิภาคีเขตการค้าเสรี (FTA) กับประเทศสิงคโปร์ ซึ่งจะเป็นอีกบทเรียนหนึ่ง หลังจากบทเรียนที่ประสบในอดีตที่ผ่านมา ที่ประเทศไทยอ่อนข้อยอมตามการกดดันของสหรัฐฯ ให้แก้กฎหมายสิทธิบัตรก่อนเวลาที่กำหนดในการเจรจาการค้าโลก ที่เปิดโอกาสให้ประเทศกำลังพัฒนาดำเนินการแก้กฎหมายภายในปี 2543 ซึ่งจากการกดดันนั้นทำให้ไทยยอมแก้กฎหมายในปี 2535 ก่อนเส้นตาย 8 ปี และทำให้ประเทศไทยสูญเสียโอกาสในการพัฒนากระบวนการผลิตยา เพราะข้อจำกัดที่กำหนดไว้ในกฎหมายสิทธิบัตรใหม่ขยายจากเดิมที่คุ้มครองเฉพาะกรรมวิธีการผลิตเป็นคุ้มครองตัวยาด้วย ทำให้บริษัทยาในประเทศไทย ซึ่งเป็นอุตสาหกรรมยาในขั้นปลาย คือผลิตยาที่วิจัยมาแล้ว ไม่สามารถคิดค้นผลิตยาชื่อสามัญ โดยใช้กรรมวิธีใหม่ได้ ส่งผลให้ผู้ป่วยที่ต้องใช้ยาที่มีสิทธิบัตรและราคาแพง ขาดการรักษา ที่เห็นได้ชัดคือไม่ได้รับสิทธิการรักษาในระบบหลักประกันสุขภาพ

หากรัฐบาลไทยไม่ตระหนักเรื่องยาราคาแพง ไม่ทบทวนบทเรียนที่ผ่านมา การยอมรับเงื่อนไขด้านสิทธิบัตรยา โดยประเทศไม่มีศักยภาพในการผลิตยาต้นแบบได้เอง รวมทั้งระบบพัฒนาการคิดค้นผลิตยาใหม่ยังอ่อนแอ ขาดการสนับสนุนอย่างจริงจัง จะทำให้ประเทศต้องจ่ายเงินค่ายามากขึ้นในโรคเรื้อรังต่างๆ และจะส่งผลให้ความมั่นคงด้านสุขภาพของประชาชนในประเทศสั่นคลอน ประชาชนที่เจ็บป่วยได้รับการดูแลรักษาไม่สมศักดิ์ศรีและเสียชีวิต ประเทศต้องสูญเสียทรัพยากรบุคคลจำนวนมหาศาลด้วยโรคเอดส์ มะเร็ง ไตวาย

ดังนั้น การปกป้องราคายาจึงเป็นภารกิจ ที่รัฐต้องตระหนักว่าเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานของประชาชน ไม่สามารถนำไปแลกบนโต๊ะเจรจาทางการค้าที่เสียเปรียบ หรือยอมแลกกับธุรกิจการค้าสินค้าของนายทุนอื่นๆ ได้

บทเรียนที่ผ่านมา เป็นสิ่งที่ผู้ติดเชื้อเอชไอวี ผู้ป่วยเรื้อรังต่างๆ ควรเข้ามามีส่วนร่วมในการนำเสนอผลกระทบต่อกลุ่มของตนเองอย่างเสมอภาคกับภาคธุรกิจเอกชนอื่นๆ ข้อยืนยันจากผู้ที่ได้รับผลกระทบจากเอดส์ คือ รัฐบาลไทยต้องไม่ยอมรับในข้อเสนอจากสหรัฐฯ ที่เกี่ยวข้องกับ 'ทริปส์ผนวก' ทั้งหมด รวมทั้งเรียกร้องให้รัฐสภาเปิดโอกาสให้ภาคประชาชนได้ชี้แจงผลกระทบที่เกิดขึ้น เพื่อให้เกิดความโปร่งใสในการดำเนินการเจรจาของรัฐบาล

เนื้อหาล่าสุด

5 Jun 2017
เมื่อวันที่ 6 มิถุนายน พ.ศ.2560 ตัวแทนกลุ่มคนรักหลักประกันสุขภาพกว่า 1,000 คนทั่วประเทศรวมตัวกันที่หน้าทำเนียบรัฐบาล เพื่อยื่นจดหมายเรียกร้องไปยัง พล...
19 May 2017
18 พ.ค.2560 เวลา 06.30น. เครือข่ายประชาชนและกลุ่มคนรักหลักประกันสุขภาพกว่า 70 คน ดักพบรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข นพ.ปิยะสกล สกลสัตยาทร...
10 May 2017
ที่ คอท.๐๑๐ /๒๕๖๐                                                                                              วันที่ ๔ พฤษภาคม ๒๕๖๐   เรื่อง    ...
11 Apr 2017
           เมื่อวันที่ 11 เมษายน เครือข่ายพลเมืองขับเคลื่อนด้านสิทธิสุขภาพ (Healthy Forum) ยื่นหนังสือถึงพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี...
11 Apr 2017
ตัวแทนมูลนิธิเข้าถึงเอดส์และเครือข่ายผู้ติดเชื้อเอชไอวี/เอดส์ ประเทศไทย ยื่นคำคัดค้านคำขอรับสิทธิบัตรยารักษาโรคไวรัสตับอักเสบซีเป็นฉบับที่ 3...