แถลงการณ์ชี้แจงข้อเท็จจริงถึงปลัดกระทรวงศึกษาธิการ

15 Mar 2016

แถลงการณ์ชี้แจงข้อเท็จจริงถึงปลัดกระทรวงศึกษาธิการ

กรณีเด็กวัย ๔ ขวบถูกโรงเรียนบังคับตรวจเลือดเอชไอวีก่อนเข้าเรียน

โดย เครือข่ายผู้ติดเชื้อเอชไอวี/เอดส์ ประเทศไทย และมูลนิธิเข้าถึงเอดส์

         

จากกรณีที่เครือข่ายผู้ติดเชื้อเอชไอวี/เอดส์ ประเทศไทย ร้องเรียนปลัดกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ให้ร่วมกับกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) มีมาตรการเด็ดขาดกับสถานศึกษาที่ละเมิดสิทธิมนุษยชน บังคับตรวจเลือดก่อนเข้าเรียน ดังที่มีรายงานข่าวปรากฏตามสื่อต่างๆ เมื่อวันที่ ๑๔ มีนาคม ที่ผ่านมานั้น

          เครือข่ายผู้ติดเชื้อฯ ขอชี้แจงข้อเท็จจริงว่า จากการที่ รศ.นพ.กำจร ตติยกวี ปลัด ศธ. ได้รับรายงานซึ่งอ้างว่าผู้ร้องเรียน (แม่ของเด็ก) เป็นผู้เข้ามาขอให้ทางโรงเรียนประสานงานกับโรงพยาบาลเพื่ออำนวยความสะดวกในการตรวจเลือดนั้น ข้อเท็จจริงจากด้านผู้ร้องเรียน คือ ผู้ร้องมิได้เป็นผู้ที่ต้องการพาลูกไปตรวจเลือดเองตั้งแต่ต้น  เนื่องจากว่าลูกของผู้ร้องนั้นเคยตรวจเลือดยืนยันผลแล้วว่าไม่มีเชื้อเอชไอวี แต่ในขั้นตอนการรับสมัครเข้าเรียน โรงเรียนบอกกับเธอว่าต้องการให้เธอพาลูกไปตรวจเลือดมาก่อน เธอได้พยายามสอบถามกับโรงเรียนว่าใช้ผลเลือดฉบับเก่าได้หรือไม่ แต่ทางโรงเรียนปฏิเสธ โดยบอกให้เธอพาลูกไปตรวจเลือดมาใหม่และนำผลการตรวจที่เป็นปัจจุบันมายืนยัน

          ดังนั้น เพื่อให้ลูกของเธอได้เข้าเรียน เธอจึงแจ้งกับครูว่า ทางโรงพยาบาลคงไม่ตรวจให้ เนื่องจากเคยตรวจหาการติดเชื้อฯ แล้วและไม่พบว่ามีเชื้อเอชไอวี แต่หากโรงเรียนต้องการผลเลือดครั้งใหม่ ทางโรงเรียนก็ต้องทำหนังสือถึงโรงพยาบาล ซึ่งการกระทำดังกล่าวของผู้ร้องนั้นถือเป็นการถูกบังคับให้ยินยอมด้วยเหตุการณ์เฉพาะหน้า เพื่อให้ลูกของเธอมีสิทธิเข้าเรียนหนังสือเหมือนเช่นเด็กคนอื่นๆ เนื่องจากไม่มีทางเลือก และโรงเรียนไม่ยอมรับผลเลือดฉบับเก่า

          พร้อมกันนี้ เมื่อวันอาทิตย์ที่ ๑๓ มีนาคม ที่ผ่านมา โรงเรียนได้มาพบผู้ร้องเรียนที่บ้านและแจ้งว่าจะรับลูกของเธอเข้าเรียน และต้องการให้จบเรื่องนี้ โดยบอกให้เธอร่างหนังสือและเซ็นยินยอมว่าที่นำลูกไปตรวจเลือดนั้น เกิดจากความสมัครใจของแม่เอง โดยทางโรงเรียนไม่ได้บังคับแต่อย่างใด

          เครือข่ายผู้ติดเชื้อเอชไอวี/เอดส์ ประเทศไทยเห็นว่า แม้โรงเรียนจะรับลูกของผู้ร้องเข้าเรียนแล้ว ซึ่งนั่นเป็นสิทธิที่เด็กมีและพึงได้รับมาตั้งแต่ต้นโดยไม่ต้องมีเงื่อนไขเรื่องการตรวจเลือด แต่สิ่งที่โรงเรียนควรจะต้องถูกตรวจสอบคือ การให้เด็กไปตรวจเลือดหาการติดเชื้อเอชไอวีก่อนสมัครเข้าเรียน ไม่ว่าเด็กคนนั้นจะเป็นลูกของผู้ติดเชื้อเอชไอวีหรือไม่ก็ตาม การที่โรงเรียนปฏิบัติเช่นนี้เป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้อง เป็นการกระทำที่ผิดต่อทั้งนโยบายกระทรวงศึกษาธิการและนโยบายของประเทศ

          นอกจากนี้ ศธ.ในฐานะหน่วยงานกำกับดูแลสถานศึกษาทั่วประเทศ ก็ไม่ควรรีบสรุปเรื่องราว หรือฟังความข้างเดียว โดยไม่สอบถามข้อเท็จจริงจากผู้ร้อง หรือบุคคลที่เกี่ยวข้องทั้งหมดให้รอบด้าน ซึ่งบทบาทของ ศธ.ควรจะช่วยเยียวยาและแก้ปัญหาอย่างเร่งด่วนในกรณีนี้ ไม่ใช่ซ้ำเติมปัญหา ด้วยการปกป้องหน่วยงานภายใต้สังกัดของตน จนละเลยในการสืบหาข้อเท็จจริง

          อีกทั้ง ศธ.ควรเน้นย้ำโดยมีหนังสือไปยังสถานศึกษาทุกแห่งว่า ศธ.ไม่มีนโยบายในการตรวจเลือดหาการติดเชื้อเอชไอวีของเด็ก ทั้งก่อนและระหว่างเข้าเรียน โดยด่วนที่สุด เนื่องจากเหตุการณ์เช่นนี้ไม่ได้เกิดขึ้นเป็นครั้งแรก

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม:

นิมิตร์ เทียนอุดม    ผู้อำนวยการมูลนิธิเข้าถึงเอดส์ ๐๘๑ ๖๖๖ ๖๐๔๗

อนันต์  เมืองมูลไชย  ประธานเครือข่ายผู้ติดเชื้อฯ ๐๘๑ ๐๒๕ ๖๕๗๐     

 

ขอบคุณภาพประกอบ : บัว เยาวชนผู้เติบโตมากับเอชไอวี                                                    

เนื้อหาล่าสุด

17 May 2018
          จากกรณีที่วันนี้ (๑๗ พฤษภาคม) โรงพยาบาลราชวิถีและองค์การเภสัชกรรม (อภ.) มีการตรวจนับรับยาในระบบการจัดซื้อยารวมของประเทศ...
18 Aug 2017
กรรมการสปสช.เสียงข้างน้อยยืนยันให้ สปสช.จัดหายาปี 61 ต่อไป เพราะกังวลคนไข้ขาดยาและราคาที่จะไม่ถูกเช่นเดิม ชี้คำแนะนำ สตง.ให้ โอนเงินไปยังรพ.ราชวิถี...
16 Aug 2017
เครือข่ายผู้ป่วย แถลงข่าว จี้รัฐบาลเร่งแก้ปัญหาจัดซื้อยารวมระดับประเทศ หลังถูก “รองนายกฯ วิษณุ” เบี้ยวนัดพบ ระบุสัปดาห์หน้าหากยังจัดซื้อยาปี 61...
8 Aug 2017
           ผู้ติดเชื้อเอชไอวีทั่วประเทศร่วมกันรณรงค์ในเฟสบุ๊ค และสื่อสังคมออนไลน์ด้วยการโพสต์รูปและติดแฮชแท็ค #แก้กฎหมายให้สปสชซื้อยา เพื่อทวงถามต่อ...