จดหมายเปิดผนึกถึง นายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร

16 Nov 2012

15 พฤศจิกายน 2555

ภาคประชาสังคมตามรายนามด้านล่าง ขอเรียกร้องให้ ฯพณฯนายกรัฐมนตรี ชะลอการประกาศการเข้าร่วมเจรจาความตกลงหุ้นส่วนยุทธศาสตร์ทางเศรษฐกิจภาคพื้นแปซิฟิก (TPP) จนกว่าจะมีการศึกษาข้อดีข้อเสียอย่างชัดเจน ครอบคลุม และกว้างขวางเพียงพอ และดำเนินการตามขั้นตอนที่กำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญอย่างเคร่งครัด พร้อมทั้งหารือประชาชนอย่างเร่งด่วน เพราะทั้งหมดนี้ เป็นความรับผิดชอบของรัฐบาลประชาธิปไตยที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชน จริงอยู่ที่ประเทศไทยไม่ควรหยุดนิ่งในการพัฒนาการค้าและความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ แต่ประเด็นที่มีความสำคัญอย่างยิ่งเช่นนี้ไม่สามารถดำเนินการอย่างผลีผลามได้ หากคำนึงเพียงแค่วาทกรรมเรื่องการตกขบวนการค้า อาจส่งผลเสียหายอย่างใหญ่หลวงต่อสวัสดิการของประชาชนและต่อการพัฒนาอย่างยั่งยืนของไทยได้

พวกเรา ภาคประชาสังคมที่ติดตามเรื่องการเจรจาการค้าระหว่างประเทศที่มีผลกระทบต่อสังคมในด้านต่างๆ มีความวิตกกังวลอย่างยิ่งต่อการตัดสินใจเร่งด่วนของรัฐบาล ที่คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบร่างแถลงข่าวร่วมว่าด้วยการประกาศการเข้าร่วมเจรจาความตกลงหุ้นส่วนยุทธศาสตร์ทางเศรษฐกิจภาคพื้นแปซิฟิก (TPP) และการรื้อฟื้นการประชุมคณะมนตรีภายใต้กรอบความตกลงการค้าและการลงทุนระหว่างไทยกับสหรัฐ (TIFA JC) โดยนายกรัฐมนตรีไทยและประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาจะมีถ้อยแถลงข่าวร่วม (Joint Press Statement) ในวันอาทิตย์ที่ 18 พ.ย.นั้น

คณะรัฐมนตรีรวบรัดออกมติดังกล่าว ทั้งที่เป็นมติที่มีผลกระทบต่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจหรือสังคมของประเทศอย่างกว้างขวาง หรือมีผลผูกพันด้านการค้า การลงทุน หรืองบประมาณของประเทศอย่างมีนัยสำคัญแต่ทั้งหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคมที่เกี่ยวข้องไม่มีส่วนในการให้ความเห็นที่รอบด้านแก่คณะรัฐมนตรีแม้แต่น้อย
แม้การแถลงข่าวร่วมของ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีและประธานาธิบดีสหรัฐฯ อาจไม่เข้าข่ายมาตรา 190 ตามรัฐธรรมนูญ แต่การประกาศการเข้าร่วมเจรจาความตกลงหุ้นส่วนยุทธศาสตร์ทางเศรษฐกิจภาคพื้นแปซิฟิก (TPP) ถ้อยแถลงข่าวร่วม (Joint Press Statement) นั้นมีผลผูกมัดทางการเมืองและความสัมพันธ์ระหว่างประเทศอย่างชัดเจน ดังนั้นจึงควรเกิดจากการพิจารณาและหารือที่ถ้วนถี่ และยืนอยู่บนความรู้ความเข้าใจที่มากพอถึงผลดี-ผลเสียต่างๆที่จะเกิดขึ้นจากการเข้าร่วมความตกลงดังกล่าว

ความตกลงหุ้นส่วนยุทธศาสตร์ทางเศรษฐกิจภาคพื้นแปซิฟิก (TPP) เป็นความตกลงที่สหรัฐฯมีท่าทีที่ชัดเจนในการบรรจุความต้องการและผลประโยชน์ที่เป็นของบรรษัทข้ามชาติที่ยังไม่ได้รับการยอมรับในการเจรจาระหว่างประเทศอื่นๆโดยเฉพาะในองค์การการค้าโลก ซึ่งจะส่งผลกระทบอย่างรุนแรงในด้านต่างๆ ใครจะเป็นผู้รับผิดชอบ

  1. การเข้าถึงยาและสาธารณสุขของประเทศ ผ่านการเพิ่มระบบการปกป้องทรัพย์สินทางปัญญา อาทิ การขยายอายุสิทธิบัตร, การผูกขาดข้อมูลทางยา, การจำกัดการใช้กลไกยืดหยุ่นในความตกลงทริปส์, ทำให้กระบวนการตรวจสอบสิทธิบัตรและการขึ้นทะเบียนยาอ่อนแอ การให้สิทธิบัตรแก่การผ่าตัดและวินิจฉัยโรค และจำกัดอำนาจต่อรองและควบคุมราคายาของระบบหลักประกันสุขภาพ ฯลฯ ซึ่งจะส่งผลกระทบโดยตรงต่อนโยบายลดความเหลื่อมล้ำด้านสุขภาพของรัฐบาล
  2. การอนุญาตให้จดสิทธิบัตรพันธุ์พืชพันธุ์สัตว์ ทำให้เกิดการแย่งชิงทรัพยากรชีวภาพและบังคับให้เกษตรกรต้องจ่ายค่าชดเชยต่างๆ ซึ่งจะส่งผลกระทบโดยตรงกับเกษตรกรซึ่งเป็นกลุ่มประชากรที่รัฐบาลให้ความสำคัญและพยายามยกระดับความเป็นอยู่ให้ดีขึ้น
  3. เปิดเสรีบริการทางการเงินอย่างกว้างขวางให้นักลงทุนต่างชาติถือหุ้น 100% และจำกัดสิทธิในการกำกับดูแล โดยเฉพาะมาตรานโยบายเงินทุนเคลื่อนย้ายเพื่อรักษาเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ ซึ่งจะทำให้ประเทศไทยตกอยู่ในความเสี่ยงที่จะเกิดวิกฤตเศรษฐกิจ
  4. การคุ้มครองการลงทุนให้แก่นักลงทุนต่างชาติสามารถฟ้องร้องเพื่อยกเลิกนโยบายสาธารณะและเรียกค่าชดเชยจากรัฐผ่านกลไกอนุญาโตตุลาการ นั่นจะยิ่งจำกัดพื้นที่ในการดำเนินนโยบายเพื่อสาธารณะของรัฐบาล

นอกจากนี้ ระบบการเจรจาของ TPP นั้น ประเทศที่แสดงเจตจำนงเข้าไปร่วมเจรจาทีหลัง จะต้องเจรจากับประเทศที่เจรจาอยู่ก่อนให้ยอมรับ ฉะนั้นผลกระทบจากการเจรจาจะพิจารณาจากข้อเรียกร้องของสหรัฐฯในปัจจุบันไม่ได้ เพราะอาจจะมีข้อเรียกร้องจากประเทศต่างๆผนวกเพิ่มเข้ามา

ขอแสดงความนับถือ

(ภญ. สำลี ใจดี)

กลุ่มศึกษาเขตการค้าเสรีภาคประชาชน (FTA Watch)
เครือข่ายผู้ติดเชื้อเอชไอวี/เอดส์ ประเทศไทย
คณะกรรมการองค์กรพัฒนาเอกชนด้านเอดส์
มูลนิธิเข้าถึงเอดส์
มูลนิธิศูนย์คุ้มครองสิทธิด้านเอดส์
เครือข่ายเกษตรกรรมทางเลือก
ชมรมเพื่อนโรคไต
เครือข่ายเพื่อนมะเร็ง
มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค
มูลนิธิเภสัชชนบท
กลุ่มศึกษาปัญหายา
มูลนิธิชีววิถี
มูลนิธิบูรณะนิเวศ
มูลนิธิสุขภาพไทย

เนื้อหาล่าสุด

27 May 2019
“เขาบอกว่าต้องรอให้อีก 10 คนตายก่อน พี่ถึงจะถึงคิวได้รับการรักษา” กุหลาบรู้ว่าเธอติดเชื้อเอชไอวีเมื่อกำลังตั้งท้อง “...
18 Oct 2018
          จากกรณีที่สำนักงานประกันสังคม (สปส.) ชี้แจงว่า จะเร่งดำเนินการจัดซื้อยาต้านไวรัสในระบบประกันสังคม...
11 Oct 2018
          จากกรณีผู้ติดเชื้อเอชไอวีในระบบประกันสังคมร้องเรียนมาทางเครือข่ายผู้ติดเชื้อเอชไอวี/เอดส์ ประเทศไทย...
30 Jul 2018
ประกาศรับสมัครเจ้าหน้าที่ประจำสายด่วน 1663 ให้คำปรึกษาทางโทรศัพท์ประเด็นเอชไอวี/เอดส์และท้องไม่พร้อม ภายใต้โครงการการพัฒนาระบบการให้บริการปรึกษา/...